top of page

Delhi.Agra.Rishikesh.Joshimath . India
Delhi.Agra.Rishikesh.Joshimath . 19.08.2016 - 30.08.2016 . Couple

"ทุกสิ่งอย่างล้วนมีแบบอย่างที่ไม่เหมือนกัน"
ต่างคนต่างนิสัย
ต่างเชื้อชาติต่างภาษา
ต่างอาณาเขตต่างวัฒนธรรม
ต่างจิตใจต่างรับรู้
อินเดีย เมื่อได้ยินชื่อนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกได้ถึงความอยากที่จะได้ไปสัมผัสประเทศนี้ขึ้นทุกวัน ทุกวัน และทุกวัน จนกระทั่ง ความฝันกลายเป็นรูปเป็นร่าง เวลาพร้อม เงินพร้อม ใจพร้อม เลยวางทริปสักที่ในอินเดีย เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองสักหน่อย ไปไหนดีหละ ?? เอาแบบที่คนเค้ายังไม่ค่อยไปกัน หรือเรียกง่ายๆว่า ไม่สนใจที่จะไปดีกว่า ... งั้นก็พับ Leh Ladakh เก็บไว้ก่อน ช่วงนี้คนไปเยอะสะจนไม่อยากไปจริงๆ เก็บไว้อารมณ์ดีดี ค่อยตามไปเก็บละกันเน๊อะ ... จำได้ว่าเคยได้ยินชื่อ Valley of Flowers แว๊ปๆจากที่ไหนสักแห่ง มันก็แนวๆ trekking นี่หน่า หาข้อมูลสักหน่อย เพื่อสร้างกำลังใจในการสานต่อ งัยหละ ข้อมูลน้อยมากกกกกกก ทั้งไทยทั้งต่างชาติ น้อยมากจนไม่รู้จะหาข้อมูลอะไรต่อไปดี เอาเป็นว่า ไปลุยเอาข้างหน้าเอาละกัน ถึงไม่ถึงอยู่ที่ความพยายามของตัวเองแล้วหละ ลุย
Route in India ทั้งหมด 12 วัน เป็นไปประมาณนี้
DAY 1 : Bangkok to Delhi / Agra by train
DAY 2 : Agra - Taj Mahal / Delhi by train
DAY 3 : Delhi
DAY 4 : Delhi to Rishikesh by bus
DAY 5 : Rishikesh to Joshimath by bus
DAY 6 : Joshimath to Govindghat by jeep / Ghangaria by horse
DAY 7 : Hemkund (trekking)
DAY 8 : Valley of Flowers (trekking)
DAY 9 : Ghangaria to Joshimath by horse and jeep
DAY 10 : Joshimath to Rishikesh by bus
DAY 11 : Rishikesh to Delhi by bus
DAY 12 : Delhi to Bangkok

จาก metro สถานี New Delhi ไป New Delhi Railway Station ไม่ไกลกันมาก ออกมาจาก metro ก็ข้ามถนนมาอีกฝั่ง จะเห็นป้ายอยู่ไกลๆ ไม่ต้องกลัวหลงใดใดทั้งนั้น ... พอออกมาจาก metro ก็เริ่มพบกับความจริงของอินเดีย ความโกลาหลวุ่นวาย ความสกปรก ความฝุ่น ความอินเดี๊ยอินเดี ย เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที ทุกที และทุกที

DAY 1 : วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559 : 04.00 น.
หลังจากดื่มเบียร์รอเวลาเพื่อที่จะเดินทางมาสนามบิน ก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางไปอินเดียแบบเต็มตัวสักที ระหว่างยืนรอโหลดกระเป๋า พี่พนักงานจากสายการบินที่พวกเราใช้บริการ ก็ได้ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
พี่พนักงาน : จะไปไหนกันหรอค่ะ?
me and friend : Delhi ค่ะ/ครับ (ยิ้มแย้มด้วยความสนุกสนาน)
พี่พนักงาน : ครั้งแรก?
me and friend : ใช่ค่ะ/ครับ
พี่พนักงาน : (ทำหน้าแบบหมดความหวังใส่) แล้วคุยต่อด้วยประโยคที่ว่า ไม่มีไร ดูแลตัวเองดีดี / ดูสิ นี่ขนาดต่อแถวง่ายๆ แป๊บเดียวแบบนี้ ยังเป็นแบบนี้เลย
me and friend : ... มองหน้ากัน 2 คน แล้วบ่นกันอย่างรุนแรง ด้วยอารมณ์ยิ้มเจื่อนๆ
กำลังใจล้วนๆ จากพี่พนักงาน แหม่!!!! ทำเอาใจหดหู่ลงมาได้เกือบครึ่งเลยนะพี่ ... ทำงัยได้ พวกนู๋ก็ต้องไปต่ออยู่ดี
เครื่องออกตรงเวลา ไม่มีสาย ไม่มีขาด ถือเป็นเรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้น ... ถึง Kolkata เป็นที่เรียบร้อย ต้องทำตัวกระฉับกระเฉงกันสักหน่อย เพราะพวกเราต้องมา check in ใหม่กันอีกรอบ ก็งงว่าทำไมสายการบินไม่ออกตั๋วจาก Kolkata-Delhi ให้ตั้งแต่ที่ไทย ทั้งๆที่ซื้อตั๋วแบบยิงยาว Bangkok-Delhi นี่ยังดีมีเวลาต่อเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ก็เป็น 2 ชั่วโมงที่อึดอัดพอสมควร เพราะกว่าจะรับกระเป๋าได้ กว่าจะเข้าไปโซน check in ได้ กว่าจะสแกนกระเป๋าได้ กว่าจะ check in เอาตั๋วใหม่ได้ กว่าจะผ่าน ตม. ได้ เฉียดชิวเลยค่ะ อี 2 ชั่วโมงเนี่ย ขากลับลุ้นกว่า เพราะมีเวลาแค่ 1 ชั่วโมง ถามคุณพี่ที่เคาน์เตอร์ว่าขากลับมีเวลาแค่ 1 ชั่วโมง จะทันต่อเครื่องมั๊ย คุณพี่ตอบมาด้วยความเฉยชาว่า Don't worry ... จ๊ะๆ ตามนั้นจ๊ะ

Delhi : 09.40 ในที่สุดก็ถึง Delhi เมืองหลวงประเทศอินเดีย ถึงแล้วก็ไม่รอช้า หาข้าวกินกันก่อนเลยจ๊ะ หิวสุดไรสุด ออกมาไม่รู้ไปไหนดี เลี้ยวขวามาจะเจอร้านอาหารกึ่งๆ food court แวะตั้งตัวสักพัก หาไรลงท้องสักหน่อย แล้วหาทางเข้าเมืองกันต่อเลยจ๊ะ ... เป้าหมายคือ นั่ง metro ไปลงสถานี New Delhi (สุดสาย) เพื่อไปต่อรถไฟไปเมือง Agra ฟังดูง่ายนะ ออกมาจากสนามบินก็ต้องเจอ metro เลยสิ มันก็เป็นแบบนี้เกือบทุกประเทศไม่ใช่หรอ? ... ไม่ใช่งัย!!!!!!! พวกเรามาลงเครื่องที่ terminal 1 เดินออกมาทางขวานะถูกแล้ว เดินต่อไปยาวๆจนถึงใต้อาคารสักอาคาร จะมี bus จอดรอผู้โดยสารอยู่เยอะพอสมควร ใช่แล้ว ต้องต่อ shuttle bus ไปลงที่หน้า metro อีกที ในราคา 25 INR ใช้เวลาไม่นานมากก็ถึง metro ลงรถแล้วซื้อตั๋ว metro ไปสถานี New Delhi โล๊ดดดด ราคาอยู่ที่ 50 INR ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น สะดวกและรวดเร็วมาก บนรถไฟก็สะอาด ดูเรียบร้อย และทันสมัยเชียว ไหนๆ อินเดียที่ว่าสกปรก กลิ่นเหม็นๆอะ ไม่เห็นมีเลยยยยยย


จาก Delhi ไป Agra พวกเราเลือกเดินทางโดยรถไฟ รอบรถไฟที่เหมาะสมกับเวลาของพวกเราที่สุดคือ 14.05 น. ชื่อขบวนรถไฟ 1291/NDSL JBP SUP EXP ราคา 601 INR (ผ่านเอเจนซี่) ราคานี้สำหรับ Class 3A ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ลงสถานี Agra Cantt
วิธีจองตั๋วรถไฟ
* สามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ที่ เว็บไซต์ www.cleartrip.com/trains แต่เราให้วันแรมทาง www.wanramtang.com เป็นคนจัดการเรื่องตั๋วรถไฟให้ เนื่องจากการจองเองผ่านเว็บไซต์มันยุ่งยากวุ่นวาย ตรงที่เราต้องส่งอีเมลไปให้ทางนู้น complete registration ให้เรา ซึ่งเรากลัวว่าจะไม่ทันขอวีซ่าเลยตัดสินใจให้วันแรมทางจัดการให้เลยดีกว่า ก็สะดวกไปได้เรื่องนึง แต่มันก็ทำให้เราไม่รู้วิธีจองตั๋วรถไฟอินเดียเองเป็น รอบหน้าละกันนะ รอบนี้พี่รีบ 555 ก็นั่นแหละใครอยากจะเช็ครอบรถไฟก็เข้า www.cleartrip.com/trains เพื่อเช็คเวลาเองก่อนได้เลย ตามนั้น
ถึงเวลารถไฟจอดสแตนบายที่ชานชาลาเป็นที่เรียบร้อย รอประตูเปิดพวกเราก็พร้อมจะก้าวขึ้น ระหว่างรอเกิดอยากจะกินเบียร์ เพื่อนอุตส่าห์เดินหาซื้อแต่ไม่มีให้ซื้อสะงั้น อดไปสะ ... และแล้วรถไฟก็ออกตัวไปอย่างช้าๆ ทุกคนเข้าที่เข้าทางของตัวเองกันเรียบร้อย บนรถไฟก็ดูครึ้กครื้นดีนะ แต่ไม่ได้วุ่นวายแบบที่คิด อาจจะเป็นเพราะว่าระดับ class ที่เราเลือกด้วยมั้ง เลยทำให้ยังดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย




Agra : รถไฟอินเดียไม่เลทนะจ๊ะ ประทับใจพี่มากกกกกก ... พอออกมาจากสถานีรถไฟ ความวุ่นวายก็มาเยือน เป็นกันทุกประเทศจริงๆ รุมทึ้งกันไม่เลิก เราเลือกใช้บริการ perpaid taxi เดินออกมาจากสถานีให้เลี้ยวมาทางขวาโล๊ด จะมีซุ้มเล็กๆ ถ้าไม่สังเกตอาจจะไม่เห็น 555 ... เค้าจะมีรถให้เลือก 2 แบบ คือ auto rickshaw และ รถยนต์ ด้วยความเห็น auto rickshaw มันดูเก๊าเก่า เลยเลือกเป็นรถยนต์แทน มีแอร์นะ เบาะใหญ่ๆ นั่งสบายๆ ที่ไหนได้ แมร่งเปิดกระจกรับลมธรรมชาติ หน้าม้ากูแตกหมด อีดอก!!!!!!!!

ไม่ถึง 15 นาที ก็ถึงที่พักเรียบร้อย ... ที่พักพวกเราใกล้ทางเข้า Taj Mahal มั๊กๆ เดินไปไม่ถึง 5 นาทีก็เจอที่ขายตั๋วหละ แต่พรุ่งนี้เนอะ วันนี้คงไม่ทัน แต่วันนี้ไปหาอะไรกินกันดีกว่า เดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็พอจะได้สัมผัสกับชีวิตคนอินเดียเข้าอย่างจัง เดินวนไปวนมา เข้าซอยนี้ทะลุซอยนู้น เดินไปเดินมาอย่างไรจุดหมาย เห็นร้านนึงคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นแว๊ปๆใน agoda ว่าเป็นที่พัก และด้านบนเป็น rooftop ซึ่งสามารถเห็น Taj Mahal ได้ไกลๆ อะลองเดินขึ้นไปดูก่อนสิว่ามันเป็นงัย เนียนๆเดินขึ้นไปเหอะ ไม่ต้องกลัว 555 และในที่สุดพวกเราก็ตกลงหยุดที่ร้านนี้ นั่งกินเบียร์ไป ดู Taj Mahal ไป โอ๊ยยยยย ฟินสุด

ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยนี่หว่า เปลี่ยนร้านละกัน แถวนี้ร้านแบบ rooftop เยอะมาก อยากเห็น Taj Mahal ชัดเจนขนาดไหนเลือกเอาได้เลย ... และต่อไปนี้คืออาหารอินเดียแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกที่อินเดีย กินไปก็รู้สึกแปลกๆไป 555 จะว่าอร่อยก็ไม่ใช่ จ ะว่าไม่อร่อย ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น

DAY 2 : วันเสาร์ 20 สิงหาคม 2559 : 05.30 น.
Taj Mahal : ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมไปซื้อตั๋วเข้า Taj Mahal คนไม่เยอะอย่างที่คิด หรือเพราะว่ายังเช้าอยู่ก็อาจเป็นไปได้ ... ซื้อตั๋วในราคา 530 INR ราคานี้ต้องยื่นพาสปอร์ตไทยให้เค้าดูด้วยนะ ไม่งั้นไม่ได้ราคานี้แน่นอน ได้ตั๋วเสร็จก็รับน้ำและถุงสำหรับใส่คลุมรองเท้าเดินข้างใน จากนั้นก็ไปต่อแถวเข้า Taj Mahal กันเลยจร้าาาาาาา
Taj Mahal
1. ยื่นพาสปอร์ตทุกครั้งที่ซื้อตั๋ว จะได้ราคาที่ถูกลง
2. แถวในการซื้อตั๋ว หรือกระทั่งแถวต่อเข้า Taj Mahal แยกชายหญิงเสมอ
3. ไม่ควรสะพายเป้ไป เพราะจะโดนไล่ให้ไปฝากเป้ที่ที่ฝากกระเป๋า ซึ่งอยู่ไกลจากจุดเข้า Taj Mahal พอสมควร (และนางไม่บอกตั้งแต่ตอนเข้าคิวนะ มาไล่ตอนกำลังจะเอากระเป๋าสแกน ซึ่งก่อนหน้านี้ยืนรอตรวจนานมากกกกกกกกกกก)
4. เกิดเป็นผู้หญิงควรทำใจ แถวรอตรวจก่อนเข้า นานมากกกกกกกกก ผู้ชายตวรจเสร็จเร็ว จนแทบจะเข้าไปเดินดูรอบ Taj Mahal แล้วอะ (อันนี้ก็เว่อร์เกินไปนิด 555)
5. อย่าลืมรับน้ำ และ ถุงใส่คลุมรองเท้า ก่อนเข้า Taj Mahal มิฉะนั้นเข้าไปแล้วพอถึงจุดที่เค้าใส่ถุงคลุมรองเท้ากัน คุณอาจจะต้องไปขุ้ยเอาในถังขยะมาใช้ (อันนี้ก็เว่อร์ไปนิดเหมือนกัน)
6. ไปแต่เช้าก็ดี คนน้อย ไปตอนเย็นก็ดี ได้เห็นแสงพระอาทิตย์ตอนกำลังตกดิน ไปตอนกลางวันโคตรไม่ดี ร้อนฉิบหายวายป่วงแน่นอน เพราะต้นไม้ใหญ่น้อยมาก
7. Taj Mahal ปิดให้เข้าทุกวันศุกร์


พอเริ่มสาย คนก็เริ่มเยอะขึ้น ... มาที่นี่น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งวันได้ เดินชิวๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย นั่งชิวๆริมแม่น้ำ ลมพัดบ้างไม่พัดบ้าง ก็ชิวได้บรรยากาศไปอีกแบบ


ใครที่ชอบถ่ายรูป detail เกี่ยวกับงาน architect น่าจะชอบที่นี่แน่นอน มีหลากหลายมุมให้ลั่นชัตเตอร์จริงๆ แต่อีนี่เข้าไม่ถึง ได้แต่เดินดูไปเดินดูมา ไม่อินกะใครทั้งนั้น



คนอินเดียก็แสนจะน่ารัก เห็นถ่ายรูปก็ทำท่าทำทางแอ๊กติ้งให้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ชอบสีสันแบบนี้จริงๆ


จบจาก Taj Mahal พวกเราก็กลับที่พัก อาบน้ำอาบท่า และ check out พร้อมกับฝากกระเป๋าไว้ที่พัก ก่อนจะออกไปหาอะไรกิน ... rooftop คือคำตอบเดียวที่มี รอบนี้ก็นั่งมอง Taj Mahal ตอนกลางวันบ้างละกันนะ ... หลังจากนั้นก็เรียก auto rickshaw ไป Agra Fort ในราคา 100 INR ส่งตรงถึงที่ แต่สุดท้าย พวกเราก็ตัดสินใจไม่เข้าไปข้างใน เนื่องจากราคาตั๋วค่อนข้างสูง บวกกับไม่ได้มีความสนใจในเรื่อง architect เลยแม้แต่น้อย (การเรียน interior ไม่ได้ช่วยให้มีความสนใจเรื่องพวกนี้บ้างเลยรึงัย)

แต่ก็ยังไม่เข็ด เรียก auto rickshaw ไป Baby Taj หวังว่าจะได้อะไรดีดีขึ้นมาบ้าง ในราคา 100 INR แหม่ !!!! ยังไม่ทันจะเดินผ่านซุ้มประตูเลย ก็ส่ายหน้ากันหละ 555 สรุปกลับที่พักแมร่งเลย ... นั่งนานๆเลยจ๊ะ เพราะรอบรถไฟ คือ 21.05 น. อีแม่เจ้า !!!! ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายกว่าๆ นั่งยาวๆ จนรากหงอกเลยค่ะ ... 5 โมงเย็น ตัดสินใจขยับร่างกายสักหน่อย rooftop เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเบียร์ 1 ทุ่มตรง ถึงได้เรียก auto rickshaw ไปสถานีรถไฟ คนเยอะบรรลัย กลางวันว่าเยอะแล้ว กลางคืนเยอะกว่า นั่งรอเวลาไปสิ เมื่อไหร่หนอออออ ตอนนี้นู๋ง่วงมากเลยยยยย

รู้อิทธิฤทธิ์ของรถไฟอินเดียแล้วจ๊ะ อีเหี้ย !!!! เลทไปครึ่งชั่วโมง เหมือนจะน้อยนะ แต่มึงมาเลทในช่วงเวลาที่กูง่วงเหี้ยๆ ขึ้นรถไฟปุ๊บ ได้ที่นั่งปั๊บ สลบสไลทั้งคู่เลยจ๊ะ เจอกันอีกทีที่ Delhi เลยนะพี่น้อง
Delhi : ถึง Delhi ปุ๊บ ก็ออกตามหา prepaid taxi แต่นางบอกว่าไม่ไป เพราะที่พักเราใกล้มาก เดินไปนิดเดียวก็ถึง และรถติดมากกกกกกกก ณ ตอนนั้น อะเดินก็เดิน คลำทางกันอยู่นานมาก และแล้วก็เจอ Main Bazaar เดินเข้าไปในถนนเนี่ยแหละ อยากบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืน มันมืดและวังเวงดีเหลือเกิน อยู่ดีดีก็มีชายหนุ่มอินเดีย ดูเป็นคนไร้บ้าน มาเดินพร้อมกับชะเง้อมองกระดาษที่พวกเราถือ แล้วก็ชี้ๆ ให้ไปตามเค้า ไอ้เราก็กลัวสิ อย่ามายุ่งกับพวกกู สรุปแล้ว ทางที่เค้าบอกคือทางที่ถูก แต่ไม่รู้ว่ามันชี้ให้ไปไหนนะ เพราะเห็นเค้าเดินมาถึงหน้าที่พักแล้วก็หายไป ... ถึงที่พักสักที เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน นอนยาวๆ ตื่นสายๆ พรุ่งนี้สบายๆที่ Delhi ไปก่อน 1 วันละกันนะ
DAY 3 : วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2559
ตื่นสายๆ สถานที่สำคัญๆ ใน Delhi นะหรอ ไม่ไปค่ะ 555 (มึงมาทำไมหวะเนี่ย) แต่ภาระกิจที่สำคัญที่สุดคือ ตามหาตั๋วรถไป Rishikesh ให้ได้ ... จากข้อมูลที่หามาได้อันน้อยนิด และเก่ามาก บอกว่าให้ไปที่ Maharana Pratap Inter-State Bus Terminus [ISBT] แต่บังเอิญไปเจออีกอันนึงให้ไปที่ Anand Vihar Bus Station เอาแล้วงัย ถามที่ hostel ก็ไม่ได้คำตอบ พอจะถามนางก็ไปคุยกะคนอื่น งั้นกูไปมั่วเองก็ได้หวะ เดินข้ามถนนจาก Main Bazaar มาฝั่ง metro จะเดินเข้าไปข้างในให้ได้ แต่สุดท้ายก็มีคนมาห้ามบอกว่าห้ามเข้าทางนี้ ไปเข้าทางอื่น ไอ้เราก็รั้น จนมีคนเดินมาถามว่าจะไปไหน ก็อธิบายไป นางก็ดูตื่นเต้นมาก สุดท้ายส่งพวกเราขึ้น auto rckshaw ให้ไปส่งที่ DTTDC เป็น tourist information อะไรประมาณนั้น นางบอกว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ลองไปถามเค้าดู อะไปก็ไป ... สุดท้าย กูไม่ได้อะไรเลย แถมจะมาให้พวกเราเปลี่ยนแผนไป Leh Ladakh แทน เพราะนางบอกว่าจะไป Valley of Flowers ตอนนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ คุณเจอฝนทั้งวันแน่นอน อ้าวอีเหี้ย !!!! ก็มันต้องไปช่วงนี้ป่าวหวะ ถ้าไม่ไปช่วงนี้ ก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลยนะ และก็ไม่มีรถบัสไปหลอกตอนนี้ ส่วนรถไฟจากที่เช็คก็เต็มทุกที่ มึนมาก นี่มาขอข้อมูล หรือมาให้มันด่าเนี่ย สุดท้าย ออกมาแบบหน้าเจื่อนๆ หาอะไรกินก่อนเหอะ สมองจะได้แล่น
หลังจากท้องอิ่ม ก็ต้องเดินหน้าต่อ ตกลงกันว่าจะไป Anand Vihar Bus Station ก่อนที่แรก เรียก auto rickshaw ไปในราคา 150 INR อยากบอกว่าไกลมากกกกกกกกกกกกกกกก ไกลเหี้ยๆ ไปถึงอารามณ์เหมือนหมอชิตบ้านเราเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ไม่ได้ใหญ่โตเท่าหมอชิตนะ แต่ฝุ่นนี่สิใหญ่โตมาก แห้งแล้งมาก ฝุ่นฟุ้งมาก เดินไปถามที่เค้าเตอร์ นางพูดภาษาอังกฤษไม่ได้จ้าาาาาา โชคยังดีพี่อินเดียหนุ่มมาช่วยพูดให้ สรุปให้เราไปซื้อตั๋วอีกที่นึง นางก็จดมาให้ในกระดาษแหละ เราก็ยื่นกระดาษนั้นให้ auto rickshaw พาไปตามที่เขียนนั้นเลย อีดอก !!!! กว่าจะได้ตั๋วมา ยากลำบากฉิบหาย วุ่นวาย และ รำคาญคนมากๆ วุ่นวายกะพวกกูไม่หยุด สุดท้ายได้ตั๋วมาในราคา 620 INR รอบ 11.00 โมง เจอกันพรุ่งนี้ วันนี้กูเหนื่อยมาก กลับมาที่พักด้วย metro เพราะ auto rickshaw เรียกราคาซะสะดุ้งเลยจ๊ะ ถึงที่พักก็พักผ่อนกันให้สบายใจ อย่างน้อยกูก็มีตั๋วไป Rishikesh แล้วววววววว

Main Bazaar : ตอนกลางวัน ตอนเย็น เป็นอะไรที่คึกคักสุด เปรียบเสมือนถนนข้าวสารบ้านเรา แต่ตกกลางคืนนี่ก็น่ากลัวสุดเหมือนกัน หลังจากพักผ่อนกันไปได้แปบนึง ออกมาหาอะไรกินกันเทอะ จบที่ rooftop อีกแล้ว มื้อนี้ชิวๆ กับพิซซ่า และ เบียร์เย็นๆนะ ปลื้มปริ่มเลยค่ะ

DAY 4 : วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2559
check out กันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เดินไปขึ้น metro ไปลงสถานี Anad Vihar ในราคา 18 บาทไทย ถูกเวอร์ เดินทางด้วย metro ที่อินเดียสะดวกสบายมาก แถมราคาถูกเหี้ยๆ แต่ไม่ชอบตรงที่จะตรวจกระเป๋าอะไรกันนักกันหนา คนรอต่อคิวที่สถานี New Delhi ยาวมากกกกกกก ลืมภาพเวลาเลิกงานของใต้ดินสถานีอโศกไปได้เลย เพราะที่นี่คนเยอะกว่านั้นสิบเท่า คนเยอะวุ่นวายที่สุด นี่เรากำลังจะไปดมกลิ่นเต่าคนอินเดียในรถไฟแล้วใช่มั๊ย ... คนเยอะ แต่ขบวนรถไฟก็มาเร็ว ไม่ปล่อยให้รอนานเหมือนบ้านเรานะเออ ไม่ถึง 5 นาที ขบวนใหม่ก็มาหละ แต่เช็คด้วยว่าไปสถานีที่เราจะลงรึป่าว และขึ้นถูกชานชาลารึเปล่า
และแล้วก็ถึงจุดขึ้นรถบัสเป็นอันเรียบร้อย ตามเวลาที่จองคือออก 11.00 น. แต่ตามเวลาพี่อินเดียออก 13.00 น. อีเหี้ย อีสัส จิตใจมึงทำด้วยอะไร ยังดีนะบนรถแอร์แมร่งเย็น ประมาณว่านางรอจนผู้โดยสารเยอะแล้วค่อยออกว่างั้น อีห่า ไม่รู้ว่าจะด่าว่าอะไรดี ... ยิ่งใกล้ Haridwar ฝนก็เริ่มตก จากเบาๆ กลายเป็นเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้าย พวกเราก็โดนปล่อยไว้ที่ Haridwar โอ๊ยยยยยยยยย เหี้ยจนไม่รู้จะเหี้ยยังงัยแล้วจริงๆ ฝนก็ตก ฟ้าก็เริ่มมืด แล้วจาก Haridwar ไป Rishikesh คืออีกไกลมาก พยายามต่อรอง auto rikshaw สุดท้ายได้มา 600 INR คือต้องไปอะ เพราะไม่รู้จะทำยังงัยแล้วเหมือนกันตอนนั้น แล้วแบบให้เปลี่ยนรถไปอีก คนขับแวะฉี่ แวะซื้อบุหรี่ แวะนู้นแวะนี้ จนในใจกลัวมากกกกกก กลัวว่ามันจะปล้นจะจี้พวกเรากลางทางรึเปล่า เพราะสภาพทางแมร่งก็โคตรกันดาร ไฟทางไม่มี บางช่วงนานๆทีจะมีรถสวนมา ได้แต่มองหน้ากัน และภาวนาให้มันผ่านไปเร็วๆ
ในที่สุด ก็ถึง Rishikesh เป็นอะไรที่ทรมานชีวิตมากๆ แต่พอได้เห็นชาวต่างชาติหัวทอง ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามีนักท่องเที่ยวอยู่แถวนี้แล้วนะ ... ก่อนเข้าที่พักตัดสินใจแวะกินข้าวกันก่อน จะได้ไม่ต้องเดินออกมาอีก ได้เจอ 2 แม่ลูกแสนน่ารัก ก็ทำให้มีรอยยิ้มเกิดขึ้นมาบ้าง
Delhi ตอน 08.00 น.
ถึง
Rishikesh ตอน 20.50 น.
. เหี้ยจริง .

DAY 5 : วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559
Rishikesh : ตื่นแต่เช้าออกไป bus station เพื่อเดินทางไป Joshimath กันต่อ ระหว่างทางเห็น jeep เลยลองถามราคาดูเล่นๆ 6,000 INR ค่ะ เล่นมั๊ยละค่ะ แยกย้ายเลยค่ะ ไป bus station ก็ได้ เรียก prepaid taxi ไป ราคา 300 INR ประมาณ 20 นาทีก็ถึงที่หมายของพวกเรา ตามหารถไป Joshimath กันสิค่ะ รออะไร

ได้ตั๋ว เห็นรถเป็นที่เรียบร้อย รอเวลา 10.00 น. ออกเดินทางกันอีกครั้ง รถวิ่งไปตามทางบนเขา เรียบแม่น้ำไป อากาศเย็นๆ สบายใจ ถึง Joshimath แบบสวยหรู ไม่ใช่อย่างงั้นสิค่ะ !!!! พอถึงเมืองแรก เปลี่ยนรถค่ะ รถหมดแค่จุดนี้ ณ จุดนี้มึงต้องลงแล้วต่อรถคันใหม่ค่ะ อะ ต ามนั้น พอรับได้ เพราะรถจอดรออยู่ข้างหน้านี้เอง ... ทางเริ่มสวยขึน สวยขึ้น ตามความสูงของพื้นที่ แต่ที่เหมือนเดิมคือ ขับรถเร็วมากกกกกกกกก



ยังไม่พอ มาถึงอีกจุดนึง ต่อรถคันใหม่อีกสิค่ะ อีเหี้ย !!!! มีรอบแรกว่าเหี้ยแล้ว เจอรอบ 2 ไปอีก ไปไม่ถูกเล ยทีนี้ แต่ครั้งนี้เหมือนผิดที่รถนั่นแหละ เหมือนจงใจทิ้งผู้โดยสารไว้แค่ตรงนี้ เพราะเห็นคนอินเดียโวยวายกันใหญ่ ไอ้เราก็ได้แต่ทำหน้าเจือนๆ แล้วรับชะตากรรมครั้งนี้ไป สักพักรถคันใหม่ก็วิ่งมาจอดข้างหน้าพวกเราพอดี ขึ้นสิค่ะ รออะไร ... หวังว่าจะเป็นคันสุดท้ายของวันนี้นะ กูกราบบบบบบบ

Joshimath : ฮัดช่า !!!! ไม่ต้องเปลี่ยนรถแล้วนะจ๊ะ สุดท้ายก็มาจอดที่ Joshimath จนได้ แต่กว่าจะมาถึงได้ ลำบากลำบนไม่แพ้เมื่อวานเลยจริงๆ มันต้องมีรถที่ direct สิหวะ แต่มันอยู่ไหน ทำไมได้มาแต่ละคัน พาปล่อยกลางทางกันสนุกสนานจริงๆ เอาหวะ สีสันในการเดินทาง ไม่เจอแบบนี้ก็ไม่ได้เจออะไรหลายๆอย่างระหว่างทางนะ คิดในแง่ดีเข้าไว้ มันจะได้กลายเป็นเรื่องสนุกสนานแทนความเครียด 555 หลอกตัวเองขั้นสุด
ระหว่างทางแอบเห็น หิมาลัย อยู่ไกลๆด้วย แสงแดดยามเย็นสาดเข้าที่ยอดหิมาลัยมันช่างสวยจับใจจริงๆ เห็นแค่นี้อุปสรรคที่ผ่านมามันก็เบาลงไปได้เยอะเลยเหมือนกันนะ ... หลังจากเห็นหิมาลัยไปแว๊ปๆ ก็นั่งอมยิ้มมาตลอดทางคล้ายคนบ้า หรือว่าชินชากับอุปสรรคในทริปนี้จนสมองไปหมดแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน
ถึงที่หมาย ก็เดินหาที่พักกันต่อ ที่พักค่อนข้างเยอะมาก ตามกำลังเงินของแต่ละคนเลย จ่ายได้เท่าไหนก็เท่านั้น อากาศที่นี่เย็นมาก การได้นอนในผ้าห่มหนาๆ อุ่นๆ มันคงเป็นเรื่องที่ดีมากๆในตอนนี้แน่ๆเลย งั้น แยกย้ายค่ะ
Rishikesh ตอน 09.00 น.
ถึง
Joshimath ตอน 19.24 น.
. ก็ยังดีกว่าเมื่อวาน .

ถึงตรงนี้ จาก Delhi มา Joshimath เป็นอะไรที่ลำบากลำบนมากๆ อุปสรรคเยอะขั้นสุด โดยเฉพาะกับการเดินทาง แต่สุดท้ายเราก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามเวลาที่กำหนด ก็ยังถือว่ายังมีเรื่องดีดีให้ปลาบปลื้มกะเค้าอยู่บ้าง ถึงแม้มันจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ตั้งใจ แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงจริงๆเหมือนกัน
ต่อไปคือ ความต้องการที่แท้จริงในการมาอินเดียครั้งนี้ Valley of Flowers
พรุ่งนี้เริ่มกันใหม่และเริ่มกันต่อ เป้าหมายรอเราอยู่
© 2016 by I'M LOST CONTROL
bottom of page