top of page


Luang Prabang . Laos : มิตรภาพระหว่างทาง มันมีอยู่จริง
Luang Prabang . Laos . 29.11.2016 - 04.12.2016 . Alone
การเดินทางในแต่ละครั้ง มักแตกต่างด้วยสถานที่ เพื่อนร่วมทาง วิธีการเดินทาง ผู้คนที่ได้พบเจอ หลากหลายปัจจัยมากมายที่ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งล้วนได้พบเจออะไรที่แตกต่างกันไป ... ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลากหลายอย่างที่ได้พบเจอระหว่างทาง ล้วนอยู่นอกเหนือความคาดหมาย แต่กลับได้ความจริงใจเป็นสิ่งตอบแทน แบบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาก่อน
. S T A R T .
ดอนเมือง
อุดรธานี
ตลาดเช้า (เวียงจันทร์)
ขนส่งสายเหนือ (เวียงจันทร์)
หลวงพระบาง
ปากแบง
ห้วยทราย
เชียงของ
เชียงใหม่
ปาย
เชียงใหม่
กรุงเทพมหานคร
. F I N I S H .

. การเดินทาง .
เริ่มต้นจากสนามบินดอนเมืองไปลงเครื่องที่อุดรธานี แล้วเลือกที่จะนั่งรถตู้เข้าเมืองไปที่สถานีขนส่งอุดรธานี เพื่อต่อรถบัสระหว่างประเทศไปที่เวียงจันทร์ ประเทศลาว .... ถึงเวียงจันทร์อย่างที่คาดหมายแบบไร้อุปสรรคใดใดทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ต้องลุ้นต่อไปคือ จะมีตั๋วรถไปหลวงพระบางสำหรับวันนี้หรือไม่ ? ไม่รอช้าเดินตามคุณพี่สกายแลปที่มาช่วยยกเป้ ทั้งทั้งที่ยังไม่ได้คำตอบจากกูเลยว่าจะไปไหน เพราะด้วยความมึนงงของบรรดาเหล่านักซิ่งสกายแลปทั้งหลายที่รุมล้อม (จนบางทีก็รำคาญ) ตกลงราคาได้ถูกอกถูกใจก็รีบออกจุดนี้กันเทอะค่ะพี่ขา นู๋ปวดหัววววววววว รถถึงขนส่งสายเหนือก็ไม่รอช้า รีบวิ่งไปถามหาตั๋วรถไปหลวงพระบางทันที .... สรุปยังมีตั๋วว่างทุกรอบเวลาที่กำลังจะถึง เลยจัดตั๋วรอบ 18.00 น. เป็นรถแบบธรรมดา ราคา 110,000 กีบ ไม่ได้ซื้อตั๋วรถนอนแบบที่คนอื่นมักจะเลือกใช้ในการเดินทาง เพราะว่า ขี้เกียจรอแล้ว ขอรอแค่ชั่วโมงเดียวพอ ถ้าไปรถนอนต้องรอรถรอบสุดท้ายตอน 2 ทุ่ม ซึ่งขอไม่รอดีกว่า ดูจากสภาพแล้ว แถวนี้ไม่มีอะไรให้ทำฆ่าเวลาได้เลย ส่วนสภาพรถจะลำบากขนาดไหน ก็ชั่งมันเหอะ รับได้หมด คิดว่าน่าจะเจอมาทุกสภาพแล้ว จะเจอรถแย่ๆอีกสักรอบ คงไม่เป็นไรหลอก มั้ง !!!

ถึงเวลาออกเดินทางข้ามคืนกันอีกครั้ง บนรถมีแต่คนลาว ตอนแรกก็แอบตกใจนิดๆ ฝรั่งที่มันนั่งรอกันเยอะแยะ มันไปไหนกันหมดหวะ และนี่คือเป็นนักท่องเที่ยวคนเดียวบนรถไปอีก โชคยังดีที่คนไม่เต็ม เบาะข้างๆเลยว่าง เลยทำให้เหยียดแขนเหยียดขา นอนกลิ้งอยู่บนเบาะแคบๆได้อยู่ อย่างน้อยก็ยังพอมีความโชคดีตั้งแต่แรกเริ่มให้อุ่นใจได้บ้าง
. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่หนึ่ง .
สถานีขนส่งหลวงพระบาง ลงจากรถปุ๊บก็ไปยืนรอรับกระเป๋า มีหญิงสาวนางนึง ยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงถามด้วยภาษาลาวแบบเต็มสูบ เต็มแบบที่ว่า จับใจความไม่ได้เลยว่าพี่แกถามว่าอะไร ยืนงง แล้วยิ้มกลับ พร้อมกับตอบไปว่า "ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ" พี่แกเลยถามใหม่ สรุปแล้วคือพี่แกอยากจะถามว่า "กี่โมงแล้ว? " จากบทสนทนาแค่เล็กน้อย แค่ต้องการอยากจะรู้ว่ากี่โมง ทำให้เกิดเรื่องราวดีดีที่ทำให้เรา 2 คนนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ทั้งเรื่องทำงาน เรื่องประเทศลาว ประเทศไทย ชีวิตครอบครัว รวมทั้งเรื่องราวความรัก ที่พี่แกดูจะอินเป็นพิเศษในตอนนั้น พี่แกเล่าถึงกระทั่งเรื่องของแฟนแกที่ไปมีหญิงใหม่แบบลงลึกมาก เรื่องราวแย่ๆที่พี่แกต้องเจอมา ที่ทำให้พี่เค้าตัดสินใจออกเดินทางมาพักใจที่หลวงพระบางในครั้งนี้ .... ขอบพระคุณ คุณพี่ที่จำชื่อไม่ได้แล้วจริงๆ ที่นั่งคุยกันไป ปลอบใจกันมา ระหว่างรอเวลาและรอแสงแรกจากพระอาทิตย์ในเช้ามืดวันนั้น และที่สำคัญอาสามาส่งถึงหน้าที่พัก อย่างปลอดภัย .... ช่วงเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง แต่ได้รับรู้ถึงความนึกคิดของอีกคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยในชีวิต ถึงมันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็นเวลาที่รู้ได้เลยว่า เป็นช่วงเวลาแห่งความจริงใจ 100 % (ตอนแรกพี่แกจะมานอนด้วย เที่ยวด้วย ยังดีที่แกยังมีสติว่าต้องไปอยู่กับพี่ชายที่อุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นมาหา)

น้ำตกกวางสี จ่ายค่ารถสำหรับมาน้ำตกกวางสีไป 50,000 กีบ แต่พอสุดท้ายขึ้นรถตู้ไป เหมือนคนอื่นเค้าได้ราคาถูกกว่าที่เราได้มา อ้าว อีห่า !!! นี่อุตส่าห์ไปเดินหาราคาที่คิดว่าถูกมาแล้วนะ ยังมีถูกกว่านี้อีกหรอ ? ฝรั่งบนรถคือได้ราคาถูกกว่า 50,000 กีบ กันทุกคนเลยจ๊ะ สัสเอ้ย !!!
มาน้ำตกก็ต้องมีการ trekking เป็นธรรมดา สามารถเดินขึ้นไปด้านบนได้ทั้ง 2 ฝั่ง เส้นทางเป็นเหมือนตัว U เดินเข้าฝั่งซ้าย ออกมาฝั่งขวา เดินเข้าฝั่งขวา ออกมาฝั่งซ้าย ทางเดินช่วงแรกๆก็ปีนป่ายนิดหน่อย พอให้เหงื่อออกแบบน่ารักๆ แต่มันก็เหนื่อยใช้ได้เหมือนกันนะกว่าจะถึงด้านบนเนี่ย .... แต่ใช่ว่าเดินขึ้นไปแล้วจะไร้กิจกรรมให้ทำ ใครอยากเล่นน้ำ แต่ด้านล่างคนเยอะไป เดินขึ้นมาข้างบนนี้สิ สระน้ำแบบส่วนตัวพร้อมให้บริการ อยากบอกว่ามันเงียบมาก แต่บรรยากาศโคตรชิว

ถนนคนเดิน เชื่อว่ากิจกรรมนช่วงเย็นพลบค่ำแบบนี้ ทุกคนต้องออกมาที่ถนนคนเดิน ไม่ว่าจะหาข้าวกิน เดินเล่น หาซื้อของติดไม้ติดมือ หรือจะมานั่งดูคนเดินไปเดินมาบนหน้าทางเข้าพระธาตุภูสี มันก็ฟินไปอีกแบบ .... นี่อยู่หลวงพระบาง 3 คืน ก็ออกมาเดินแมร่งทั้ง 3 คืน จากวันแรกที่ไม่คิดจะซื้ออะไรนอกจากเบียร์ จนวันสุดท้าย หักห้ามใจไม่อยู่ จัดผ้ามัดย้อมมาหนึ่งผืนจนได้



. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่สอง .
Utopia Bar ในยามค่ำคืน ที่พัก - หน้าร้านขายของ - น้ำตกกวางสี จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งที่ที่พัก หนุ่มจีนนางนึง ที่เจอแล้วเจออีกตั้งแต่ในห้องพัก ยันกระทั่งที่น้ำตกกวางสี แต่ไม่ได้ทักทายกันสักคำ มีตกใจหน้าคุ้นๆ เลยยิ้มแย้มให้กันตอนเจอที่น้ำตกไป 2 3 รอบ สุดท้ายกลับมาตายรัง ทักทายกันแบบจริงจังที่ที่พัก .... กลับถึงที่พัก กะว่าอาบน้ำอาบท่า แล้วออกไปเดินเล่นถนนคนเดินอีกรอบ หาร้านนั่งชิวๆสักหน่อย เปิดประตูเข้าห้องปุ๊บ อีหนุ่มจีนเดินเข้ามาพร้อมกับทักทายยกใหญ่ เหมือนอัดอั้นมานาน คุยรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สุดท้ายจบที่ชวนกันออกไปหาอะไรกินกันที่ถนนคนเดิน ไปสิ แต่ขออาบน้ำก่อนนะ รอแป๊บ ....
ตอนแรกเข้าใจว่าประชาชนชาวจีนทั้งหมดที่อยู่ในห้องด้วยกันคือเพื่อนนาง เห็นคุยกันเสียงดัง สนุกสนาน กันตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างออกเดินทางด้วยตัวคนเดียว ที่สำคัญไปกว่านั้น ระหว่างทาง นางเห็นคนหน้าตี๊หน้าหมวยไม่ได้ เป็นอันทักไปหมด ชวนไปร้าน Utopia Bar ชวนทุกคน ชวนจน เออ มึงคือเพื่อนกันแหละ มึงรู้จักกันแน่ๆ แต่ไม่จ๊ะ ไม่รู้จักใครสักคน 555 คุยไปคุยมา คือนางก็มาคนเดียว มาจากจีนเหนือสักมณฑลซึ่งจำไม่ได้แล้ว ชื่อก็จำไม่ได้ เรียกยากฉิบหาย (ขอโทษจริงๆ)
หลังจากหาข้าวกินรองท้องกันที่ถนนคนเดิน นางก็พาเดินต่อไปที่ร้าน Utopia Bar ซึ่งเป็นร้านที่อยากจะไปอยู่แล้ว จึงไม่ลังเลใจเลยที่จะไปต่อกับมัน .... สุดท้ายจบที่เบียร์คนละหลายขวด ดื่มไป คุยไป อย่างที่บอกรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สนุกมาก ที่สำคัญ ทุกสิ่งอย่างตั้งแต่ออกมาจากที่พักมา นางจ่ายให้หมดเลย เกรงใจขั้นสุด จะคืนเงินให้นาง นางก็บอกว่าไม่เอา งั้นเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าวก่อนกลับห้องละกัน โอเค ตามนั้น

ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นกิจกรรมที่ตื่นแต่เช้าโคตร แต่ก็ต้องยอม นานๆทีจะได้ใส่บาตร เปิดจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องกะเค้าบ้าง ใส่บาตรทำบุญต้อนรับวันเกิดกันสักหน่อย .... ได้ข้าวเหนียวมากระติบนึง หาที่ว่างแล้วนั่งเลยค่ะ

ตักบาตรเสร็จ ก็แวะเดินตลาดเช้าอีกนิด ก่อนมาเดินเล่นริมแม่น้ำโขง บรรยากาศฟินมากกกกกก นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวันยังได้ (ขอเบียร์เพิ่มอีกสักลังด้วยจะดีมาก 555)

Sa Sa Lao วันนี้ตั้งใจเปลี่ยนที่พัก ขอแบบชิวที่สุด วุ่นวายน้อยที่สุด จะขอนั่ง จะขอนอน จะขอชิว แบบขั้นสุดสักวันนึง บรรยากาศที่พักที่นี่ตอบทุกความต้องการ ถึงจะออกมาไกลจากตัวเมืองหน่อย แต่ความฟินระดับหลักล้าน ติดแม่น้ำคานอีก อยากอยู่เฉยๆที่นี่สักเดือน

. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่สาม .
ร้านขายของชำ พี่ตูน น้องตู่นี่ พี่อ้าย และแม่ยาย ลูกเขยน้องสะใภ้ หลานเหลน น้องชายน้องสาว ลุงป้าน้าอา คณะชาวบ้านระแวกนั้น : ตั้งใจเดินออกจากที่พักไปหาอะไรกินง่ายๆ บ้านๆ เห็นควันลอยมาแต่ไกล เลยตัดสินใจเดินตรงไปที่ร้านนั้น สรุปเป็นร้านขายของชำที่มีไส้กรอก ลูกชิ้น หางหมู ขายอยู่หน้าร้าน อะสั่งไส้กรอก 2 เบียร์อีก 1 ขวด นั่งกินในร้านขายของชำเนี่ยแหละ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น .... นั่งไปได้สักพัก คุณพี่ตูนแม่ค้าสาวสวย ก็เรียกสมาชิกที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในร้านให้มานั่งกินเบียร์ ประเด็นคือพี่แกเรียกให้ทุกคนมานั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนกู 555 (พอรู้จุดประสงค์ของพี่ตูนแล้วถึงกับขำตัวเองไม่หายที นู๋ดูน่าสงสารขนาดนั้นเลยหรอ 555) จากนั่งคนเดียว เป็น 6 คน จาก 6 คน เป็น 10 คน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบใครเดินผ่านไม่ได้ เรียกให้มานั่งด้วยกันหมด ถูกคอกันขนาดไหนลองคิดดู ตั้งแต่ 4 โมงเย็น ยัน 4 ทุ่มกว่า มีการถามด้วยว่าพักที่ไหน มีที่พักรึยัง มาพักกะพี่ได้นะ ฟรี !!!!! นับถือน้ำใจพี่พี่คนลาวกลุ่มนี้จริงๆ นี่สิวิถีชาวบ้าน ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ขอบคุณมากๆค่ะ แล้วนู๋จะกลับไปหาอีกนะพี่


วัดเชียงทอง วันสุดท้ายที่หลวงพระบาง ขอตามไปเก็บวัดเชียงทองสักครั้ง เดินจากที่พักไปไม่นาน ก็ถึงที่หมาย ซื้อตั๋วเข้าชม เดินเข้าไปเดินไม่ถึง 10 นาที พอ เลิก แยกย้าย ไปหาเบียร์กินดีกว่า 555 .... แมร่งเอ้ยยยยย ไม่น่าเข้ามาเลยจริงๆ นึกว่าจะมีอะไรให้เดินเยอะๆ ใหญ่ๆ อลังการนิดๆ ไม่เลย อะนะ คิดสะว่ามาไหว้พระ เอาสิ่งดีดีเข้าตัวบ้างสักนิดละกันนะ (แมร่งเอ้ย ไม่ใช่ทางจริงเลยหวะ)


เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย ตั้งใจไปหาร้านนั่งชิวๆ ขอเบียร์สักนิด ให้หายเหนื่อย พอเย็นๆจะไปขึ้นพระธาตุภูสี หลังจากที่วันแรกขึ้นไม่ทัน กลับมาจากน้ำตกก็จะมืดแล้ว งั้นวันนี้ต้องขอแก้ตัว ต้องขึ้นให้ได้ วันสุดท้ายแล้ว ต้องขึ้นให้ได้ ต้องขึ้นให้ได้

Utopia Bar เดินไปเดินมา ก็มาจบที่ร้านเดิม รอบนี้มาในช่วงเวลาบ่ายๆ เกือบเย็น พริ้มเลย บรรยากาศคือดี บรรยากาศคือใช่ อยากจะนานตายอยู่ตรงนี้ไปนานๆ

สุดท้าย ก็ขึ้นพระธาตุภูสีไม่ทัน อีกแล้ว เหี้ยจริง 555 มัวแต่นั่งเปื่อยอยู่ร้าน Utopia Bar ประมาณว่าขี้เกียจ ไม่อยากลุก อยากอยู่ตรงนี้ เป็นงัยหละ ขึ้นไม่ทัน ชีวิตดีจริงจริง
. การเดินทาง .
สิ่งที่รอคอยมาตลอดทริปนี้ คือ การนั่งเรือจากหลวงพระบางกลับประเทศไทย .... จากหลวงพระบางกลับกรุงเทพมหานคร มีหลายวิธี ทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ และเรือ เลือกกลับเรือ ถึงแม้ว่าจะลำบากหน่อย หลายวันหน่อย แต่แลกกับวิวหลักล้านและมิตรภาพระหว่างทาง มันคุ้มมากจริงๆ
ค่าเรืออยู่ที่ 105,000 กีบ จากหลวงพระบาง ไป ปากแบง และ 110,000 กีบ จากปากแบง ไป ห้วยทราย ซึ่งต้องแวะนอนที่ปากแบง 1 คืน เพราะตอนกลางคืนเรือไม่สามารถวิ่งได้ เนื่องจากอันตราย เลยทำให้ต้องแวะนอนที่ปากแบงก่อน แต่ถ้าใครอยากนั่งเรือแต่ต้องการความเร็วปนท้าทาย ก็มีเรือหางยาว วันเดียวยิงยาว หลวงพระบาง ห้วยทราย แต่พอถึงปลายทางแล้ว หน้าอาจจะด้านชาไปสัก 3 เดือน จากการโดนลมกระแทกหน้าระหว่างทางได้


ขึ้นเรือก็จับจองที่นั่งได้ตามอัธยาศัย รอบนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่ ยังพอมีที่ว่างอยู่บ้าง แต่โซนด้านหน้าของเรือ ถูกจับจองด้วยชาวจีนกลุ่มใหญ่ วุ่นวายใช้ได้ทีเดียว 555 แต่บนเรือก็จะเป็นชาวต่างชาติหัวทองสะเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่วัยรุ่น ยันคุณลุงคุณป้า ก็เลือกไปประเทศไทยด้วยเรือกันทั้งนั้น .... จากหลวงพระบาง มา ปากแบง ในวันนี้ ใช้ชีวิตอยู่บนเรือไปทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง เริ่ดดดดดดดด






ปากแบง ไม่ต้องตกใจถ้าหากยังไม่มีที่พัก ส่วนใหญ่ก็มาหากันที่ท่าเรือเนี่ยแหละ จะมีลูกเด็กเล็กแดง จนกระทั่งผู้ใหญ่วัยทอง มายืนเสนอราคาที่พักให้เลือกแบบเยอะมาก สนใจราคาระดับไหน ก็ตามเค้าไปที่พักได้เลย
ออกจากที่พักแต่เช้าตรู่ เพื่อจะได้ไปเลือกที่นั่งบนเรือก่อนใคร เช้านี้อากาศเย็นสบายเหมือนเคย จนทำให้ไม่อยากคิดว่าจะต้องกลับประเทศไทยไปเผชิญความร้อนผ่าวอีกแล้วสินะ หึยยย
ระหว่างทางยังคงสวยงามเหมือนเคย ที่เพิ่มเติมคือซื้อเบียร์กินสิค่ะ .... รอบนี้ หลายๆคนเลือกที่จะซื้อเบียร์ดื่มกันเป็นว่าเล่น สงสัยเงินลาวเหลือ ใช้ให้มันหมดบนเรือนี่ไปเลยสินะ นู๋ก็เช่นกัน 555 .... บนเรือมีห้องน้ำ มีมาม่า เครื่องดื่ม ให้พร้อม ไม่ต้องกลัวอดตาย ใครอยากจะชิวเพิ่มไปอีก ก็ไปเดินเล่นหลังเรือเงียบๆคนเดียวก็ได้ นี่แอบขอเด็กเรือว่าขอปีนขึ้นไปบนหลังคาเรือได้ไหม คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่ได้ 555 ขอไว้ก่อนเผื่อมันใจดี


. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่สี่ .
ปากแบง ห้วยทราย เชียงของ หลังจากจับจองที่นั่งบนเรือจากปากแบงเป็นที่เรียบร้อย คุณป้า Ina ก็มาทักทาย ตามประสาคนร่วมชะตากรรมบนเรือมาด้วยกันจากเมื่อวาน นั่งคุยกันไปกันกันมา เล่าเรื่องนู้นเล่าเรื่องนี้ไปเรื่อย บางอย่างที่ฟังไม่รู้เรื่อง คุณป้าก็พยายามพูดให้ช้าลง ชัดขึ้น จนเริ่มเข้าใจ คุณป้าใจดีมากกกกกก ไม่คิดว่าแกจะมาคุยด้วยอย่างจริงจังขนาดนี้ ต่างคนต่างช่วยเหลือกันไปช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ปากแบง ยันหาที่พักที่เชียงของ จริงจริงยังมีอีกหนึงสาวและหนึ่งหนุ่มจากนิวซีแลนด์อีกหนึ่งคู่ที่มาพักที่เชียงของที่เดียวกัน แต่ไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกันมากเท่าไหร่ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน .... ก่อนแยกย้ายกับคุณป้า ก็นั่งกินข้าว ดื่มเบียร์ กันสนุกสนาน จนลืมไปว่าช่วงระยะของอายุต่างกันเยอะพอสมควร แต่มันไม่ใช่ประเด็นเลย ถ้าต่างฝ่ายต่างเปิดใจ จะอายุเท่าไหร่ มันก็สามารถคุยกันได้ไม่มีผิด .... แยกกับคุณป้าที่เชียงของ เพราะคุณป้าจะไปเที่ยวต่อในเมืองเชียงราย ส่วนเราไปไหนหละ ยังไม่ได้คิด พรุ่งนี้ไปเริ่มใหม่ที่ตัวเมืองเชียงใหม่ละกัน แต่ที่สำคัญ ขอบคุณคุณป้า Ina มากมาก มากมากจริงจริง รู้สึกดีมากกกกกที่ได้รู้จักกัน

ปาย จะไปไหนต่อดี ยังไม่อยากกลับบ้านนนนนนนนน .... ลงรถที่อาเขตแล้วก็ยังไม่มีคำตอบ แต่เดินแบกเป้ข้ามถนนมาฝั่งอาเขตเก่า แล้วมุ่งหน้าไปยังที่ขายตั๋วไปปาย ปายใช่มั๊ย ได้ ปายก็ปาย ยังไม่เคยไป ลองดูสักครั้ง แล้วก็ได้ตั๋วมาเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างรอ แว๊นซ์มอเตอร์ไซค์ไปสถานีรถไฟ ซื้อตั๋วรถไฟขบวนใหม่ไว้ให้อุ่นใจว่าต้องกลับบ้านนะ อย่าไหลไปไหนต่อ
กว่าจะถึงปายท้องฟ้าก็มืดมิดไปหมดแล้ว แว๊นซ์มอไซค์รับจ้างไปที่พักที่แรก ได้แต่หวังว่าอย่าเพิ่งเต็ม และมันก็เป็นเช่นนั้น จัดไป 3 คืน ไม่ย้ายไปไหนหละ ที่เดียวยาวๆโล็ดดดด

กองแลน การมาปายครั้งนี้ ไร้ซึ่งจุดหมายขั้นสุด จะไปเที่ยวที่ต่างๆก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น จะไป one day tour กับชาวบ้านเค้า ก็เรื่องมาก ไม่อยากไปวุ่นวายกับใคร สุดท้ายตัดสินใจจ้างคุณป้านางแว๊นซ์มอไซค์รอบปาย อยากไปไหนบอกป้า ป้าพาไปเอง ป้าคิด 400 บาท พาไปประมาณ 4-5 ที่ได้ตามใจชอบ แต่ไฮไลท์เด็ดสุดคือขอไปดูพระอาทิตย์ตกที่กองแลนนะคุณป้า



. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่ห้า .
Edible Jazz เดินผ่านร้านนี้อยู่หลายวัน และหลายรอบมากมาก จนอดทนไม่ไหว ขอสักคืนละกันนะ ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับหามุมนั่งเงียบๆเหงาๆคนเดียว นั่งไปได้ไม่นาน Christine หญิงสาวจากเยอรมันก็เดินมาถามขอนั่งเปญวนตรงนี้ได้ไหม ได้เลย เชิญตามสบาย สักพักนางก็ชวนกินถั่วอะไรสักอย่างแล้วก็เป็นการเริ่มต้นคุยกันอย่างจริงจัง .... สรุปแล้วนางบอกว่าเห็นเราตั้งแต่ที่ที่พักแล้ว นี่เดินสวนเตียงนางไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย อะหรอ ไม่ทันสังเกตจริงๆ ขอโทดนะ 555 สักพักมีอีกหนึ่งสาว Lena ตามมานั่งด้วย ซึ่งก็คือรูมเมทที่ที่พักนั้นแหละ (ทำไมกูจำหน้าใครไม่ได้สักคน 555) และเป็นสาวมาจากเยอรมันเหมือนกัน แต่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน บังเอิญมารู้จักกันที่ที่พักนั้นแหละ แต่สุดท้ายแล้ว ทั้ง 3 คน คือคนที่ทำงานสายงานแถบๆระแวกเดียวกันในเรื่องของศิลปะ เป็นฟรีแลนซ์เหมือนกัน ชอบเดินทางเหมือนกัน เลยคุยกันได้ยาว เสียดายที่วันรุ่งขึ้น Christine กับ Lena ต้องเดินทางไปที่อื่นต่อ เลยไม่ได้เจอกันอีก รอรอบหน้าให้พวกนางกลับมาไทย จะอาสาพาเที่ยวไทยแลนด์เอง สัญญา


. มิตรภาพระหว่างทางครั้งที่หก .
ถนนคนเดิน พล็อตเรื่องราวเดิมๆที่เคยเกิดขึ้น เดินผ่านร้านไปหลายล้านรอบมาก คืนสุดท้ายยิ่งเดินผ่านหนักเข้าไปอีก ไม่ใช่ไร เดินออกมาซื้อเบียร์ 555 แต่รอบนี้มันอดทนไม่ไหวเหมือนเดิม ขอลองถามราคา ถามข้อมูลสักหน่อย เป็นอันว่าตกลง เพ้นท์เลยน้อง ฮาน่าหรือเฮนน่า ชื่อประมาณเนี่ยแหละ (จำชื่อแบบถูกๆไม่ได้อีกแล้ววววว) น้องน่ารักมาก กันเองสุด ถึงขั้นเพ้นท์ไป พักไปเติมเหล้าขาวกันสักเป๊ก 555 ครั้งแรกเหมือนกันนะเนี่ยที่ได้กินเหล้าขาว (แถมซื้อกลับบ้านไปอีก) เพ้นท์เสร็จน้องปิดร้าน ไม่ทำไรแล้วทั้งนั้น พอ จบ ฉันจะไปลั่ลลา นางพาไปร้าน Yellow Sun Bar ต่อ เออหวะ ไปสิ รออะไร เมาสิค่ะคืนนั้น จะเหลือหรอ .... สุดท้ายน้องยังใจดีแวนซ์มอไซค์มาส่งหน้าที่พักไปอีก ขอบคุณมากๆอีกครั้ง ขอบคุณ Medhi ด้วย หนุ่มน้อยนางนี้ก็น่ารักเหมือนกัน แอบชอบผู้ชายที่โต๊ะ แต่นางอายไม่กล้า หนุ่มสาวชาวจีนอีก 1 คู่ ที่กำลังจะเป็นลูกค้าของฮาน่าในวันรุ่งขึ้น แต่มาเจอกันที่ร้านนี้ก่อน นั่งคุยกันไป ชนแก้วกันไป นึกถึงคืนนั้นแล้วสุดดี ชอบจัง

สถานีรถไฟเชียงใหม่ ปิดฉากการเดินทางครั้งนี้กันที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ กับรถไฟขบวนใหม่ไฉไลกว่าเก่า นอนยาวๆ แบบว่าหลับสนิทมากกกกกก ยิงยาวถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
เป็นทริปที่ประทับใจขั้นสุด ไม่คิดว่าระหว่างทางจะได้เจอเรื่องราวอะไรแบบนี้เลย ไม่คิดว่าจะได้รู้จักคนเพิ่มมากขึ้น หลายๆคน ณ ทุกวันนี้ยังติดต่อ พูดคุยกันอยู่ รู้สึกดีดีมากมาก ขอบคุณตัวเองที่คิดแล้วก็กล้าที่จะออกเดินทาง ถึงแพลนรอบนี้มันจะไม่มี ถึงขั้นมั่วมากก็ตาม แต่สิ่งที่ออกมามันดีต่อใจจริงๆ ขอบคุณทุกๆคนที่ได้พบเจอระหว่างทาง ไม่ว่าพบเจอกันด้วยลักษณะไหนก็ตาม ขอบคุณจากใจจริงที่มอบประสบการณ์ดีดีเพิ่มให้กับชีวิตอีกครั้ง
. S T A R T .
ดอนเมือง
อุดรธานี
ตลาดเช้า (เวียงจันทร์)
ขนส่งสายเหนือ (เวียงจันทร์)
หลวงพระบาง
ปากแบง
ห้วยทราย
เชียงของ
เชียงใหม่
ปาย
เชียงใหม่
กรุงเทพมหานคร
. F I N I S H .

© 2016 by I'M LOST CONTROL
bottom of page