top of page

Penang . Malaysia : เดินชิว เสพย์ศิลป์ ที่ปีนัง
Penang . Malaysia . 28.03.2016 - 30.03.2016 . Alone

ปีนัง หลายคนคงรู้จักเมืองนี้จากกราฟฟิกน่ารักๆ ที่สามารถหาดูได้ทั้งเมือง เดินไปตรอกซอกซอยไหน ก็เจอได้ตลอด บวกกับตึกรามบ้านช่องที่มีความน่ารัก เป็นกันเอง ไม่แต่งเติมจนเลื่ยนเกินไป .... นี่คืออีกทริปที่ถูกพ่วงต่อมาจากศรีลังกา เป็นสถานที่ที่ใครหลายๆคน อยากจะมาใช้ชีวิต มาสัมผัส มาถ่ายรูป เก๋เก๋ คูลคูล หรอ ? ลองมาดู ปีนัง ในแบบของเรากันบ้างว่าจะเก๋ไก๋เท่าคนอื่นเค้าได้รึเปล่า 555 ....
DAY : 1 อย่างที่บอก ทริปนี้ต่อเนื่องมาจากศรีลังกา จากโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา เราต้องมาต่อเครื่องกลับ กรุงเทพ ประเทศไทย ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย [อันนี้ในกรณีบินกับหางแดงนะ] เราแยกกับเพื่อนที่สนามบินเนี่ยแหละ ออกมาก็แยกย้ายไปตามทางของแต่ละคน เราก็ไปนั่งรอที่ Gate J4 เพื่อรอเวลาเหินฟ้าสู่ ปีนัง .... รอแล้วรออีก หลับแล้วหลับอีก กว่าจะได้ขึ้นเครื่อง จนกระทั่ง 9.30 ถึงเวลาอันสมควร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงปีนังเป็นที่เรียบร้อย
ออกมาจากสนามบินด้วยความร้าวระบมขั้นสุดของขา น่องเต่งตึงมากถึงมากที่สุด ลามไปบวมถึงข้อเท้า บวกกับน้ำหนักของเป้ที่สะพายอยู่ ทำให้การเดินลำบากยิ่งขึ้น ผ่านออกมาจนเจอร้านค้า มุ่งเข้าร้านยาก่อนเลยค่ะ ขอตุนเคาน์เตอร์เพน กับ ผ้าพันขาสักหน่อย ดูแววแล้ว ปีนัง จะกลายเป็นที่ปฐมพยาบาลรักษาขามากกว่าจะมาเที่ยวแล้วมั้งเนี่ย !!!! สัสเอ้ยยยยยยยยย .... เดินมาอีกนิดก็จัดซิมการ์ด ของ Digi ในราคา 27 rm ใช้อินเตอร์เนทอย่างเดียว สำหรับประมาณ 1 อาทิตย์
เข้าเมืองกันดีกว่า เดินออกมาจากสนามบิน เดินต่อไปทางซ้าย จะมี shuttle bus - rapid penang จอดรออยู่ ซึ่งจะมีสาย 401 สาย 401E และ สาย 102 ที่เข้าเมือง ไปแถวตึก Komtar ซึ่งตอนที่ไปถึง สาย 401E จอดอยู่ แต่ยังไม่ขอขึ้น เพราะคนบนรถเยอะเชียว เลยขอรอคันต่อไปดีกว่า ไม่ค่อยรีบเท่าไหร่ ไม่ใช่ไรหลอก เดินสู้คนอื่นเค้าไม่ไหว .... สักพัก สาย 102 ก็มา ซึ่ง สาย 102 เนี่ย มันจะจอดป้ายแรกตรงนี้ คนเลยไม่เยอะเหมือนสายอื่นที่เค้าไปรับคนมาจากป้ายอื่นมาก่อน แล้วมารับคนที่สนามบินต่อ ดังนั้นคนบนรถเลยเยอะ ขึ้นรถก็เตรียมเงินให้พอดี ค่ารถราคา 2.70 rm เพราะเค้าจะไม่ทอนตังไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม [แตกเงินก่อนออกมาจากสนามบินคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะทำ]


ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ถึง Komtar รถจะไปจอดใต้ตึก ซึ่งตรงนั้นจะเป็นป้ายรถเมล์ขนาดใหญ่ รถเมล์แต่ละสายจะมีชานชลา สำหรับนั่งรอเป็นของตัวเอง ไม่ต้องวิ่งตามขึ้นรถเมล์เหมือนบ้านเราอย่างแน่นอน 555 ขากลับก็มาขึ้นรถกลับได้ที่นี่เลย สบ๊าย ถึงแล้วก็เดินหาที่พัก จุดหมายของเราคือ Kimberley House จริงๆเดินมาไม่ไกลเลยจากตึก Komtar ประมาณ 5 นาทีก็ถึง แต่ด้วยสภาพขาแบบนี้ บวกเวลาเพิ่มไปเลยจ๊ะ 15 นาที แถมด้วยอากาศร๊อน ร้อน แบบนี้แล้ว ไหม้เลยค่ะ .... เราถึงที่พักประมาณบ่ายโมง check in ที่พักเรียบร้อย แต่ยังเข้าห้องไม่ได้ ต้องรออีก 1 ชั่วโมง เนื่องจากแม่บ้านยังทำความสะอาดห้องไม่เสร็จ โอ้วแม่เจ้า !!!! อยากจะนอนตากแอร์ แต่ทำไม่ได้ เค ค่ะ งั้นออกไปเดินเล่นก่อน
เดินมาไม่ไกลจากที่พัก เห็นร้านข้าวดูคนเยอะเชียว จัดสักหน่อย ก๋วยเตี๋ยวอะไรก็ไม่รู้ 5 rm อย่าถามเลยว่ามันชื่ออะไร 555 สั่งพร้อมกับโค๊กพร้อมน้ำแข็ง 2.20 rm เย็นๆกับอากาศร้อนๆแบบนี้ อยากจะเอาราดหัวราดตัวสะเหลือเกิน [ที่นี่เวลาสั่งอาหารแล้วต้องจ่ายเงินเลยนะ เป็นแบบนี้ทุกร้าน]
เวลายังเหลืออีกเยอะเลย นี่กะเข้าที่พักอาบน้ำ พักสักแปบ ค่อยออกมาเดินตอนเย็นๆ แดดร่มๆ แพลนรวนไปหมด !!!! เดินก็เดิน เดินเรื่อยๆมาจนเจอ Sun Yat Sen Museum ตอนแรกกะไม่ได้เค้าไปเดินข้างในหลอก เจอพี่พนักงานคุยด้วยอยู่ดีดีก็ยื่นเงินค่าเข้าให้เฉย งงเลย ก็โอเค ไหนๆมาแล้ว ก็แวะสักหน่อย ตากพัดลม ให้คลายร้อนสักนิด



พี่พนักงานที่นี้น่ารักมาก แกบอกว่าเคยมาประเทศไทย และพูดภาษาไทยได้ด้วยนิดหน่อย แกอธิบายแผนที่เมืองปีนัง ว่าต้องเดินไปตรงไหน จะเจออะไร อัธยาศัยดีมากๆค่ะ กราบขอบพระคุณคุณพี่อีกครั้ง :) .... เดินไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ ก็จะเจอภาพวาดเด็กขี่จักรยาน ยอดฮิตที่ทุกคนต้องถ่ายรูป รวมทั้งเราด้วยนิ

เดินต่อค่ะ เดินไปเรื่อยๆ อย่างที่บอก เข้าซอยไหน ก็เจอ งานเก๋ๆ ตลอด ทั้งภาพวาด เหล็กดัด แม้แต่ร้านค้าก็แต่งร้านให้ดูกลมกลืนกับสถานที่อย่างไม่ดูขัดหูขัดตา .... เมืองที่นี้ไม่ได้ใหญ่มาก เดินถึงทั่วกันหมด ไม่ต้องกลัวหลงเลย


เจอแล้วร้านผลไม้ในตำนาน 555 เดินมาร้อนๆแบบนี้ ขอผลไม้หวานๆ เย็นๆ เสริมสร้างความชื่นใจสักหน่อย จัดแคนตาลูปมา 1 ชิ้น ราคา 1 rm อ๊าส์ .... เริ่ดมากกกก ผลไม้ร้านนี้เค้าก็จะมีทั้งแบบเสียบไม้ หั่นเป็นชิ้นๆเหมือนบ้านเรานั่นแหละ มีให้เลือกเยอะมาก ฝั่งตรงข้ามร้านผลไม้ ก็จะเจอกับภาพวาดเด็กขี่มอเตอร์ไซค์ คนรอถ่ายรูปอยู่เยอะพอสมควร เราก็รอไปก่อน ให้คนโล่งแล้วค่อยจัด



เดินไปเดินมาจนใกล้จะบ่าย 2 ละ ที่พัก น่าจะทำเสร็จแล้วเรียบร้อย เดินกลับที่พักเลยดีกว่า อยากจะพักขา ให้ขาได้สัมผัสกับเคาน์เตอร์เพนสะเหลือเกิน แล้วเย็นๆ ค่อยออกมาร่อนใหม่ ตามนั้น go go go !!!!
ออกมาเดินอีกที เกือบ 5 โมงเย็นได้ แดดหายพอดี สบายหน่อยไม่ร้อน นี่เดินไปตึก Komtar ก่อนเพื่อไปแลกเงินเพิ่ม และก็แวะซื้ออุปกรณ์สำหรับบรรเทาความเจ็บปวดของขา จัดมาชุดใหญ่ มีเวลารักษาขา 2 วัน เพื่อให้พร้อมไปลุยต่อที่ Mt.Kinabalu จะหายทันมั๊ย ? ไม่เห็นวี่แววเลยจริงๆ เอาให้เต็มที่ก่อน หายไม่หายไว้ค่อยว่ากันอีกที
หลังจากแลกเงิน ซื้อของ เป็นที่เรียบร้อย เดินกลับมาแถวที่พัก แล้วลองเดินเล่นๆ ไม่ต้องดูแผนที่ เดินไปเรื่อยๆ ไปโผล่อีกทีแถวเซเว่น ตรงนี้ร้านข้าว ร้านเครื่องดื่มเยอะพอสมควร จะว่าไป ปีนัง นี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะเหมือนกันนะ ทั้งคนเอเซีย ยุโรป ตอนแรกคิดว่าชาวต่างชาติคงไม่ค่อยมากัน แต่ผิดเลย เยอะมาก วัยรุ่นสะส่วนใหญ่ด้วย ดีจัง กระชุ่มกระชวยหัวใจ เอ๊ะ !!!! ยังงัย ?


เย็นแล้ว กินข้าวดีกว่า จัดร้านบะหมี่ ตรง 4 แยกเซเว่นเนี่ยแหละ สั่งบะหมี่แห้งราดน้ำซอสอะไรก็ไม่รู้ อร่อยดี ราคา 4 rm พร้อมโค๊ก และน้ำแข็ง เหมือนเดิม 2.20 rm กินเสร็จขอกลับที่พักอาบน้ำก่อนนะ เริ่มร้อนและเหนี่ยวตัวละ เดี๋ยวออกมาใหม่ .... เปิดประตูห้องปั๊บ อืมหืมมมม ไม่รู้ว่าจะเป็นความซวยขั้นไหน กลับมาห้อง น้ำจากตู้แอร์เต็มพื้นเลยจร้าาาาาา คือที่พักที่มาอยู่เนี่ย เราจองเป็นห้องนอนแยกแบบส่วนตัว ไม่ได้นอนรวม ห้องเค้าจะไม่ใช้แอร์แบบ wall type แต่ใช้แอร์แบบตู้เคลื่อนที่อะ แล้วเหมือนประสิทธิภาพมันไม่เต็ม 100 มั้ง ต้องเอาถังมารอง เพราะน้ำแอร์มันจะไหลออกมาตลอดเวลา แล้วนี่ที่ออกไปน้ำมันก็ไหลตลอดเวลาทั้งๆที่ปิดเครื่องไปแล้วนะ มันคงเอ่อล้นออกมา เรียกแม่บ้านมาเช็ดด่วนเลยจ๊ะ คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนมันหละ คอยเอาถังน้ำแอร์ไปทิ้งทั้งคืนแน่ๆ อะไรมันจะดีขนาดนี้ ห๊ะ ?
ใครมาพักแถวนี้ ตอนกลางคืนไม่ต้องห่วงเรื่องของกินเลย เค้าจะมีร้านอาหารเยอะแยะมากมาย มาเปิดขายช่วงเย็นเป็นต้นไป ยันดึกๆเลยหละ เรื่องกิน ไม่ต้องห่วงเลย สบายมาก .... อาบน้ำเสร็จ ออกไปหาอะไรเย็นๆ กินแก้ขาระบมสักหน่อย เดินไปเซเว่นตำแหน่งเดิม ยิ่งดึกคนยิ่งคึกคัก แต่มาคนเดียว ใจเย็นๆดีกว่าเน๊อะ ทำอะไรอย่าวู่วาม เดี๋ยวจะไม่ถึงห้องเอา 555 กลับห้องนอนตากแอร์สบายใจ จิบเบียร์คนเดียวไปก่อน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว พรุ่งนี้ว่ากันใหม่ ขอตัวไปเทถังน้ำแอร์ทิ้งก่อนนะ บัยส์
DAY : 2 ไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากมาย เพราะที่แพลนไว้ว่าจะไปขึ้น Penang Hill วันนี้ คงต้องล่ม เพราะขามันบวมกว่าเก่าสะอีก นี้การทายา พันผ้า ประคบน้ำร้อน จะไม่ช่วยอะไรจริงๆเลยใช่มั๊ย ? ได้ อยากบวมบวมไปเลย ให้โอกาสวันนี้วันสุดท้ายนะ ขอร้องงงง
ออกมากหาไรกิน ประมาณ บ่าย 2 ร้านเดิมกับเมื่อวานนั้นแหละ กะว่าจะเดินเล่น หาร้านนั่งชิว แต่เจอแดดแล้วยอมแพ้จริงๆ เลยเดินไป Komtar แลกเงิน อีกแล้วหรอ ? แลกเท่าไหร่ก็ไม่พอเว้ยเห้ย .... ซื้อยามาเพิ่มด้วย กักตุนสุดฤทธิ์ กลับเข้าที่พักแล้วเย็นๆค่อยออกมาใหม่ละกัน
ออกมาอีกที 4 โมงกว่าได้ กะจะเดินไปแถวๆท่าเรือ วนรอบเมืองอีกสักรอบ เดินไปเรื่อยๆ ก็เจองานศิลป์ไปตลอดทาง เพลินดี ระหว่างทางก็เจอนักท่องเที่ยวตลอดทาง ไม่มีคำว่าเหงาเลยจริงจริง



สุดท้ายก็ไปไม่ถึงท่าเรือ 555 ด้วยเหตุผลเดิมๆ ขาเริ่มโอดครวญ ว่าฉันไม่ไหวแล้ว เลยเดินกลับมาหาร้านนั่งพักชิวๆ ดีกว่า น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ .... สุดท้ายจบลงที่ร้านร้านนึงกับเบียร์เย็นๆ ให้ของขวัญกับขาสักหน่อย นั่งชิวๆ ไม่ต้องเร่งรีบอะไรทั้งนั้น ข้อดีของการเที่ยวคนเดียวคือ เราอยากจะทำอะไรก็ได้ เปลี่ยนแพลนไปไหนก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดอะไรมาผูกมัดทั้งนั้น มันก็มีดีมีเสียกันคนละแบบแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายจะยังงัยก็ได้ ขอให้ได้เที่ยวเป็นพอ วันนี้วันสุดท้ายสำหรับที่ปีนังละ เต็มที่ไปเลย อ้าว ชนนนนน :)

เดินวนไปวนมาอีกรอบ ก่อนเข้าที่พัก ตามเก็บสถานที่ต่างๆที่ยังไม่ได้ไป จริงๆ ยังอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักวัน 2 วันนะ แต่มีแพลนที่สำคัญรออยู่ข้างหน้าแล้ว ไว้ค่อยมีโอกาศกลับมาใหม่ละกัน ครั้งหน้าจะกลับมาจัด Penang Hill ด้วย หึ !!!!




DAY : 3 ถึงเวลาต้องโยกย้ายแล้วสินะ check out ตอน 8 โมงเช้า เรียบร้อยทุกอย่าง เดินไปขึ้นรถที่ใต้ตึก Komtar ไปรอที่ชานชลาหมายเลข 5 รถมาพอดีเลย จ่ายเงินราคา 2.70 rm เหมือนขามาเป๊ะ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบิน รอเวลาขึ้นเครื่อง คราวนี้จากปีนัง มุ่งตรงไปที่ โคตาคินาบาลู เป้าหมายต่อไปคือ การ trekking ที่ Mt.Kinabalu เดี๋ยวรู้เลยว่าจะรอดมั๊ย แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่า ไม่น่ารอด !!!! ขามันเล่นบวมขนาดนี้ ใครมันจะไปเดินไหวหละ นี้ขนาดเดินที่ราบยังทรมานได้ขนาดนี้ แล้วถ้าไปเจอเนิน เจอขั้นบันได มันจะทรมานขนาดไหน

ปีนัง เป็นอะไรที่เดินทางมาได้ง่ายมาก สามารถนั่งรถตู้จากหาดใหญ่มาลงที่ปีนัง หรือ นั่งรถไฟจากหัวลำโพงมาลง Butterworth แล้วต่อเรือข้ามฝากมาปีนัง หรือ ง่ายที่สุดคือ นั่งเครื่องบินบินตรงมาลงปีนังได้เลย ใกล้บ้านเรา สะดวกสบาย ราคาไม่แพง มากันเถ อะ อย่ามัวรออะไรกันอยู่เลย มาเถอะ อยากให้มาจริงๆ
© 2016 by I'M LOST CONTROL
bottom of page